หางานทำไม่ได้ มีช่องทางค้าขายก็ยังดี
เป็นข้อสรุปของเราสองคนแม่ลูก ก่อนเราย้ายไปเรียนต่อที่สิงห์บุรี
เราได้อยู่ห้อง ม.ศ. 4/4 และ 5/4 เพื่อนกลุ่มเดิมทั้งห้องที่ทุกวันนี้ก็ยังติดต่อพบปะกันทางไลน์เสมอ บ่นเรื่องกุนเชียงก็ได้กินกุนเชียงเมืองสิงห์จากเพื่อน 5/4 นี่แหละ
ช่วงเรียน ม.ศ. 4-5 เราอยู่บ้านอาปากับหม่าม้าและน้องสาว 2 คน ที่บ้านขายกาแฟ ตอนหลังช่วงเราเรียนพยาบาล เพิ่มมาขายข้าวขาหมูอีกอย่าง วันไหนคนช่วยส่งกาแฟไม่ว่าง หรือไม่อยู่ เรามีหน้าที่ไปส่งกาแฟตามบ้านที่สั่งประจำ กับไปซื้อปาท่องโก๋มาเติม เวลาไม่พอ ปาท่องโก๋เหมือนจะมี 2 เจ้า เจ้าหนึ่งทอดด้วยน้ำมันหมู อีกเจ้าทอดด้วยน้ำมันพืช เราก็เพิ่งสังเกตตอนหลัง ว่าขาประจำร้านกาแฟอาปาจะมีชาวมุสลิมด้วย ต้องแยกจานปาท่องโก๋ให้ดี ๆ
ตอนโน้น รู้สึกเหนื่อยมากกว่าสนุก เพราะบางวันเราต้องรีบทำงานพวกนี้ให้เสร็จก่อนไปโรงเรียน แต่มานึกถึงตอนนี้มันคลาสสิกมากเลย หิ้วพวงกาแฟมือหนึ่ง ขี่จักรยาน ส่งของซื้อของ ล่าสุด 2 ปีก่อนไปสิงห์ อุทานในใจว่าให้กูขี่จักรยานตอนนี้คงตายแน่ๆ รถเยอะฉิบหาย
ช่วงเรียนพยาบาลเวลาปิดเทอมถ้ากลับสิงห์ก็จะได้ช่วยหม่าม้าขายของ หลักๆคือ เสริฟข้าวขาหมู เก็บโต๊ะ ล้างแก้วกาแฟ ประมาณนั้น ตอนช่วยหม่าม้า เราได้เห็นวิธี คิวซี ผลิตภัณฑ์ ที่สุดยอดจากหม่าม้า 1 อย่างคือ ถ้าโต๊ะไหนลูกค้ากลับไปแล้วกำลังจะเก็บจานแล้วมีข้าวขาหมูเหลือในจานเกือบๆครึ่ง หม่าม้าจะบอกว่า ไอ้จิ๋วอย่าเพิ่งเก็บ แล้วก็ไปหยิบช้อนมาตักข้าวที่ลูกค้ากินเหลือนั่นแหละมาชิม พร้อมกับพึมพำว่า มันไม่อร่อยเหรอ ทำไมกินไม่หมด นั่งนึกแล้วขำมาก ถ้าตอนนั้นมีโควิดระบาดคงบันเทิงน่าดู
สรุปแล้วก็ไม่อาจเป็นคนค้าขายได้ เพราะการทำงานพยาบาล ฝึกให้เราขี้เกียจได้มาก ถึงมากที่สุด วันไหนที่เราไม่ต้องขึ้นเวรเช้า เราสามารถนอนได้ถึงเที่ยง ทุกวันนี้ก็เช่นกัน ถ้าไม่มีเหตุจำเป็นใด ๆ ชั้นตื่นหลัง 10 โมงทุกวัน เป็นคนค้าขายต้องขยัน อาปาตื่นมาต้มน้ำชงกาแฟขายตั้งแต่ตีสาม ตีห้าหม่าม้าลงมาช่วย แล้วขี้เกียจอย่างชั้นจะเป็นอะไรได้ ดีว่ามีจิ๊กุ่งเป็นลูก ที่ทำให้เปลี่ยนตัวเองได้
เรื่องขำๆปิดท้ายคือเวลาจะยกกาแฟ หรือข้าวขาหมูไปให้ลูกค้า 10 ครั้ง 7 ครั้งเรามักจะลืมตัวถามว่า หม่าม้า ของเตียงไหน 🙂
รูปถ่ายกับหม่าม้า ตอนจบมาใหม่ๆทำงาน รพ.อินทร์บุรี พ.ศ. 2529 เห็นเงาข้างหลังคืออาปา
ร้านพรประชา ตลาดใต้ ขายกาแฟและข้าวขาหมู ใครเคยกินรีวิวได้นะ


ใส่ความเห็น