บทความนี้มีลิงก์พันธมิตรในบางส่วนของเนื้อหา ผู้เขียนอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นเล็กน้อยหากท่านซื้อสินค้าผ่านลิงก์เหล่านี้ โดยที่ท่านจะไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติม
เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมต้องเดินทางไปโรงพยาบาล ตามที่แพทย์นัดซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะหลังจากที่ได้ผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ ไปเมื่อสองปีที่แล้ว แพทย์เจ้าของไข้ท่านจะนัด เพื่อตรวจร่างกายตามวงรอบเป็นประจำ ในช่วงนั้นอากาศเริ่มเย็นลง เนื่องจากเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว สิ่งที่ผมปฏิบัติเพื่อรับความหนาวเย็นที่เกิดขึ้นคือการเลือกใช้ เสื้อผ้าสำหรับผู้สูงวัย และเครื่องแต่งกายให้เหมาะสมกับสภาวะอากาศ ที่กำลังเป็นอยู่ในปัจจุบัน
ประสบการณ์จากความดื้อรั้น หรืออาจเรียกว่าความหยิ่งทนง เมื่อหลายปีที่ผ่านมา ตอนที่อายุย่างเข้า 60 ปีซึ่งต้องถือว่าเป็นผู้สูงวัยเต็มตัวแล้วก็คือ คิดว่าตัวเองแข็งแรงดีพอ อากาศเย็นแค่นี้ร่างกายของเรารับได้ไม่มีปัญหาอะไร มักจะพูดคนรอบข้างเสมอว่า “แค่นี้ไม่เป็นไรหรอก” แต่ผลที่ตามมาคือ ล้มป่วยจนเกือบเอาตัวไม่รอด
ในความเป็นจริง ฤดูหนาวของไทย แม้สภาพอากาศจะไม่หนาวจัด แต่ระดับอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จะส่งผลกระทบต่อผู้สูงวัยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคนหลังวัยเกษียณ การเลือกใช้ เสื้อผ้าสำหรับผู้สูงวัย ที่เหมาะสม จึงไม่ได้เป็นแค่เรื่องของแฟชั่น แต่เป็น “เรื่องของสุขภาพและความปลอดภัย” อย่างแท้จริง
สุภาพบุรุษหลังวัยเกษียณ ควรแต่งตัวอย่างไรให้เหมาะกับ สภาพอากาศในช่วงฤดูหนาวของประเทศไทย
ลองจินตนาการถึงภาพ ผู้สูงวัยคนหนึ่ง กำลังเตรียมตัวไปจับจ่าย ซื้อของที่ตลาดเช้า หรือเดินออกกำลังกาย ในสวนสาธารณะ ต้องเดินกอดอกห่อตัว ด้วยความหนาวเย็น อยู่ตลอดเวลา เนื่องจากเสื้อผ้า เครื่องแต่งกายของเขา ไม่สามารถกันต่อ ความหนาวเย็นได้ ในทางกลับกัน หากเขาสวม เสื้อผ้าสำหรับผู้สูงวัย ที่เหมาะสม จะไม่เพียงแค่ “อบอุ่นและปลอดภัย” จากการเจ็บไข้ แต่ยังดูภูมิฐานมีสไตล์ สุภาพ และยังส่งผลให้ มีบุคลิกภาพที่น่าเคารพอีกด้วย
ต่อไปนี้คือแนวทางที่ อยากจะแนะนำ เพื่อให้เข้าใจได้ง่าย และสามารถนำไป ปฏิบัติได้จริง สำหรับการเลือกใช้เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะกับผู้สูงวัย
เสื้อที่ อบอุ่นเบาสบาย เคลื่อนไหวง่าย และไม่อึดอัด
สภาพอากาศในฤดูหนาว ของประเทศไทย ไม่ได้มีความหนาวเย็น มากมายนัก ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องใช้ เสื้อกันหนาว ที่หนามาก เหมือนกับประเทศ ในเขตหนาว การเลือกใช้เสื้อผ้าแบบบาง ๆ แต่ซ้อนกันหลายชั้น จะมีความเหมาะสมมากที่สุด
ชั้นแรก: เสื้อชั้นใน (Base Layer)
ควรเป็นเสื้อยืดคอกลม หรือคอวีสีพื้น เนื้อผ้าควรเป็นผ้าฝ้าย หรือผ้าสังเคราะห์ที่ซับเหงื่อได้ดี ไม่ควรเป็นเสื้อกล้าม เนื่องจากต้องการความอบอุ่น ไม่ใช่เพื่อซับเหงื่อ เนื้อผ้าจะต้องไม่ก่อให้เกิดอาการคัน หรือระคายเคืองต่อผิวหนัง หลีกเลี่ยงเสื้อที่ มีการสกรีนลวดลายขนาดใหญ่ ซึ่งอาจทำให้การระบายอากาศได้ไม่ดี มีความกระชับ แต่ไม่คับ หรือบีบรัดลำตัวจนรู้สึกอึดอัด
เสื้อชั้นในมีประโยชน์ในการ เก็บความร้อน และป้องกันผิวสัมผัส จากลมเย็นโดยตรง
ชั้นที่สอง: เสื้อชั้นกลาง (Middle Layer)
ควรเป็นเสื้อกันหนาว ที่มีเนื้อผ้าไม่หนามากนัก อาจเป็นเสื้อสเวตเตอร์ หรือเสื้อถักแขนยาวบาง ๆ เสื้อชั้นกลางจะทำหน้าที่ให้ความอบอุ่น โดยไม่เพิ่มน้ำหนัก หรือทำให้เกิดความเทอะทะจนเกินไป เหมาะสำหรับใช้ในเวลาที่ต้องเดินทาง ไปตามที่สาธารณะต่าง ๆ เช่น ไปทำบุญที่วัด จับจ่ายซื้อของในตลาด ร้านสะดวกซื้อ หรือไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล ในขณะที่อากาศเย็น แต่ไม่ถึงกับหนาวมาก หรือมีลมพัดแรง
ชั้นนอก: เสื้อคลุม (Outer Layer)
ควรเป็นเสื้อแจ็กเก็ตผ้าร่มกันลม (Windbreaker) หรือแจ็กเก็ตเบา ๆ ที่สามารถป้องกันลมแรงได้ดี อาจเป็นแบบมีฮู้ด (Hoodies) เพื่อใช้หมวก ในการให้ความอบอุ่น กับศรีษะด้วยก็ได้ ควรเลือกทรงสุภาพ กระชับลำตัว มีความยาวระดับพอดีกับสะโพก หรือทรงสปอร์ตที่ดูคล่องตัว เน้นสีพิ้นไม่มีลวดลาย หรือสีที่ฉูดฉาดจนเกินไป
การสวมใส่เสื้อหลายชั้นแบบนี้ อาจทำให้รู้สึกไม่สะดวกบ้าง แต่สำหรับบ้านเรา สิ่งนี้มีความจำเป็น ในแบบที่เราหลายคนอาจจะนึกไม่ถึง โดยเฉพาะกับผู้สูงวัย เพราะมันจะช่วยให้สามารถ “ปรับเพิ่มหรือลดระดับการให้ความอบอุ่น ได้ตามสถานการณ์”
ในช่วงเช้าที่อากาศหนาวมาก มีลมพัดแรง การสวมเสื้อทั้งสามชั้น จะปกป้องร่างกาย จากความหนาวเย็นได้ดี ช่วงสาย เมื่ออากาศเริ่มอุ่นขึ้น การถอดเสื้อคลุมให้เหลือเพียงเสื้อชั้นกลาง จะทำให้รู้สึกสบายกว่า ในขณะที่อากาศในช่วงเที่ยง ถึงบ่าย อาจจะร้อนมาก การสวมใส่เพียงแค่เสื้อยืดชั้นใน ก็น่าจะเพียงพอ ในขณะเดียวกัน ก็จะไม่ทำให้บุคลิกภาพที่ดี สูญเสียไปด้วย
กางเกงที่อบอุ่น แต่เคลื่อนไหวได้คล่องแคล่ว
ผู้สูงวัยมักจะเป็นผู้ที่ มีสถานะหลังเกษียณแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องแต่งกาย ที่เป็นทางการมากนัก ในขณะที่สภาพอากาศ ไม่หนาวเย็นจนเกินไป การสวมกางเกงขาสั้นแบบสุภาพ ที่สามารถให้ความอบอุ่น แต่อากาศถ่ายเทได้ดี จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ การเคลื่อนไหวที่คล่องตัว หากเป็นกางเกงขายาวควรเป็นผ้าฝ้าย ผ้าฝ้ายผสม หรือผ้าสแลคที่มีซับในบาง ๆ ส่วนผู้ทีนิยมสวมกางเกงยีนส์ ก็สามารถใช้ได้เช่นกัน แต่ควรหลีกเลี่ยง ขนาดที่รัดตัวจนรู้สึกอึดอัด เคลื่อนไหวลำบาก คับ หรือหลวมจนเกินไป
สำหรับผู้ที่อยู่ในภาคเหนือ ภาคอีสาน หรือพื้นที่ ๆ อุณหภูมิต่ำกว่าปกติ อาจเสริม Legging บาง ๆ ด้านในอีกชั้นหนึ่ง
หมวก: ของชิ้นเล็ก ที่ช่วยป้องกัน การสูญเสียความร้อน ได้ดีที่สุด
ศีรษะคือจุดที่ร่างกาย สูญเสียความร้อนได้มากที่สุด เป็นส่วนที่ได้รับผลกระทบ ต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิก่อนส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย การสวมหมวกไหมพรมบาง ๆ หรือหมวกแก๊ป ที่บุผ้านุ่มไว้ด้านใน จะช่วยลดความเสี่ยง ต่ออาการวิงเวียน หนาวสั่น และความดันไม่คงที่ได้ หากเป็นในช่วงกลางวัน ที่มีแสงแดดจัด หมวกปีกกว้าง จะช่วยกันแสงแดด ที่กระทบร่างกายโดยตรงได้ดี
ผ้าพันคอ: ปกป้องลำคอ จากความหนาวเย็น เสริมบุคลิกภาพ สร้างความมั่นใจ
ในวันที่อากาศหนาวเย็นกว่าปกติ ควรเสริมผ้าพันคอ เพื่อช่วยให้ร่างกายอบอุ่นมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณลำคอ ปลายคาง ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญในการ รักษาความร้อนของร่างกาย ผ้าพันคอที่ใช้ ควรเลือกชนิดที่ให้ความอบอุ่นได้ดี แต่ต้องสามารถ ระบายอากาศได้ดีด้วยเช่นกัน วัสดุที่ใช้ อาจเป็นผ้าที่โปร่งบาง หรือถักจากไหมพรม ไม่ยาวหรือสั้นจนเกินไป เพื่อให้พอดีกับลำคอ ไม่หลุดง่าย หรือรุงรังจนดูน่ารำคาญ
การเลือกใช้ ผ้าพันคอที่มีคุณภาพ เหมาะกับแต่ละบุคคล นอกจากจะได้ประโยชน์จากการ ให้ความอบอุ่นแล้ว ยังสร้างความมั่นใจ ให้กับผู้ใช้อีกด้วย
ถุงเท้า: อุ่นพอดี ไม่หนาจนคับรองเท้า
ถุงเท้า เป็นอีกหนึ่งในเครื่องแต่งกาย ที่หลายคนมองข้าม ในช่วงที่อากาศหนาวเย็น การที่เท้าสัมผัสพื้นโดยตรง จะทำให้เท้าเย็น ชา จนถึงทำให้เกิดเป็นตะคริวได้ ถุงเท้าที่เหมาะกับผู้สูงวัย ควรมีด้านในที่อ่อนนุ่ม อากาศถ่ายเทได้ดี ไม่ระคายผิว หากเลือกแบบกันลื่นได้ จะดีที่สุด หลีกเลี่ยงถุงเท้าที่ หนามากเกินไป เพราะจะรู้สึกอึดอัด เวลาที่สวมรองเท้า ทำให้เดินลำบาก และเสี่ยงต่อการลื่นล้ม
รองเท้า: ความปลอดภัยมาก่อน
รองเท้าสำหรับผู้สูงวัย ควรเป็นรองเท้าผ้าใบ หรือรองเท้าหุ้มส้น ที่มีความกระชับ ใส่นุ่ม พอดี รองรับส้นเท้า และข้อเท้าได้ดี ไม่คับหรือหลวมจนเกินไป พื้นรองเท้าต้องสามารถ กันลื่นได้ไม่ว่าจะเป็น พื้นเรียบ พื้นคอนกรีต หรือพิ้นผิวที่เปียกน้ำ
การสวมรองเท้าแตะ อาจทำให้รู้สึกสะดวกสบาย แต่ในฤดูหนาว อากาศเย็นสามารถ ผ่านรองเท้าได้ง่าย แม้จะสวมใส่ถุงเท้าด้วยแล้วก็ตาม ทำให้เท้าเย็นกว่าปกติ ซึ่งอาจส่งผลกระทบ ต่อการไหลเวียนของโลหิต รวมถึง เพิ่มความเสี่ยงที่จะสะดุดล้ม ได้มากกว่า รองเท้าผ้าใบ หรือรองเท้าหุ้มส้น
บุคลิกภาพ เมื่อออกสู่พื้นที่สาธารณะ
เสื้อผ้าสุภาพมีสไตล์ ที่จะช่วยเสริม ภาพลักษณ์ผู้สูงวัย ให้ดูภูมิฐานควรเป็น
- โทนสีสุภาพเช่น สีเทา กรมท่า น้ำตาล ดำ หรือสีครีม
- แจ็กเก็ตทรงสมาร์ต ใส่คู่กับ กางเกงสแลคสีสุภาพ
- ผ้าพันคอผืนบางสีเรียบ ๆ ไม่มีลวดลายฉูดฉาด
- รองเท้าหุ้มส้นสีดำ, น้ำตาลเข้ม หรือรองเท้าผ้าใบ เลือกแบบที่ เข้ากับสี และชนิดของกางเกง ที่สวมใส่
การสวมใส่เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ที่เหมาะสมกับวัย ทำให้ผู้สูงวัยหลายคนมีความ “เชื่อมั่นในตนเอง” มากขึ้นเพราะรู้สึกมั่นใจ และกล้าที่จะออกไปใช้ชีวิต กับผู้คนภายนอกมากยิ่งขึ้น
ผลเสียของการละเลย ต่อเครื่องแต่งกายที่เหมาะสม และเหตุผลทางสุขภาพ ที่ไม่ควรมองข้าม
ฤดูหนาวของไทย อาจไม่โหดร้าย เหมือนกับประเทศ ในเขตหนาว แต่ความประมาท การขาดความใส่ใจในเรื่องที่มักคิดว่า “เล็กน้อย ไม่เป็นไรหรอก” สามารถนำไปสู่ผลเสีย ที่คาดไม่ถึงได้ สภาพร่างกายผู้สูงวัย ไม่ได้แข็งแรง เหมือนตอนยังอยู่ในวัยหนุ่มสาว การตอบสนอง ต่อสภาพอากาศแปรปรวน จึงไม่ดีเหมือนกับแต่ก่อน
ต่อไปนี้คือสิ่งที่อาจเกิดขึ้น หากเลือกใช้ เสื้อผ้าสำหรับผู้สูงวัย ที่ไม่เหมาะสม
การไม่ใส่ใจ หรือพิถีพิถัน ในเรื่องการแต่งกาย ในช่วงนี้จึงอาจเสี่ยง ที่จะเกิดผลร้าย ต่อสุขภาพ ได้ดังนี้
เสี่ยงที่จะเป็นหวัดได้ง่าย บางครั้งอาจลุกลาม ถึงขั้นปอดอักเสบได้
อากาศเย็นทำให้ ประสิทธิภาพของร่างกาย ในการต่อต้านไวรัสลดลง เป็นหวัดง่าย โดยเริ่มจากอาการคัดจมูก ไอ หากไม่ระวัง อาจลุกลาม เป็นหลอดลมอักเสบ หรือปอดอักเสบ ซึ่งเป็นภาวะอันตรายมาก สำหรับผู้สูงวัย
ความดันโลหิตพุ่งสูง
เมื่อพบกับสภาพอากาศที่ เย็นลงอย่างกระทันหัน หลอดเลือดจะเกิดการ หดตัวในทันที ทำให้ความดันโลหิตอาจพุ่งสูง แบบเฉียบพลัน ผู้สูงวัยที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือโรคหัวใจ จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงอันตราย มากยิ่งขึ้น
การไหลเวียนของโลหิต แย่ลง
อากาศหนาวทำให้มือเท้าเย็น เกิดอาการชา รวมถึงเป็นตะคริว ได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะการสวมใส่รองเท้า ถุงเท้า ที่บางเกินไป ไม่เหมาะกับสภาพอากาศ หรือการเดิน ตากลมหนาว ในตอนเช้า ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศ หนาวเย็นมากที่สุด ของวัน
เสี่ยงต่อการหกล้ม
รองเท้าแตะที่พื้นสึก หรือมีการออกแบบที่ไม่ดี จนไม่สามารถกันลื่นได้ รองเท้าที่ใส่กับถุงเท้า ที่มีความหนามากจนเกินไป เมื่อรวมเข้ากับ สภาพร่างกาย ที่ไม่ยืดหยุ่นคล่องตัว เนื่องจากความหนาวเย็น อาจทำให้ผู้สูงวัย เสียการทรงตัว จากการเคลื่อนไหวได้ง่าย การลื่นล้มของผู้สูงวัยนั้น เป็นอันตรายอย่างมาก เพราะอาจทำให้ขา หรือกระดูกสะโพกหักได้ ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลา ในการรักษา รวมถึงการพักฟื้น นานหลายเดือน
กระทบต่อสุขภาพจิต และการเข้าสังคม
ในบางครั้ง ผู้สูงวัยบางคน เมื่อเกิดความรู้สึกหนาวเย็น ไม่สบายตัว หรือเมื่อแต่งตัวแล้ว รู้สึกขาดความมั่นใจ ที่จะออกสู่สังคมภายนอก ผู้สูงวัยเหล่านี้จึงเลือกที่จะ “อยู่บ้านเฉย ๆ” ซึ่งนั่นจะส่งผลให้ ไม่ยอมออกกำลังกาย ไม่พบปะเสวนากับเพื่อนฝูง ขาดการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ จนนำไปสู่ความเหงา ความเครียด และคุณภาพชีวิตที่ย่ำแย่ลง
บทสรุป: เสื้อผ้าสำหรับฤดูหนาว เป็นมากกว่าปกป้องร่างกาย จากความหนาวเย็น
หากมองเผิน ๆ เสื้อผ้าฤดูหนาว ดูเหมือนจะมีบทบาทเพียงแค่ “ป้องกันความหนาวเย็น” แต่สำหรับผู้สูงวัย มันคือเกราะคุ้มกันชั้นแรก ที่ช่วยป้องกันตั้งแต่ ไข้หวัดธรรมดา ๆ ไปจนถึง ความเจ็บป่วยร้ายแรง ที่ผู้สูงวัยทั้งหลายหวาดหวั่น ไม่อยากให้เกิดขึ้น
การที่ผู้สูงวัย เลือกใช้เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ที่เหมาะสม จึงไม่เพียงทำให้ ร่างกายอบอุ่นเท่านั้น แต่ยังทำให้พวกเขา
- เดินทางไปทุกที่ด้วยความมั่นใจ
- พบปะผู้คนด้วยบุคลิกภาพที่ดี ภูมิฐาน เป็นที่น่าเคารพ สำหรับผู้พบเห็น
- และใช้ชีวิตในฤดูหนาว ได้อย่างมีความสุข มากขึ้น
ฤดูหนาวปีนี้ มาช่วยกันดูแลผู้สูงวัย ในครอบครัวของเรา ญาติผู้ใหญ่ รวมถึงบุคคลที่ เคารพนับถือ…
เพียงยื่นหมวกใบโปรด ให้ท่านสวมใส่ ช่วยติดกระดุมเสื้อ หรือแนะนำรองเท้า ที่เหมาะสมให้ การจัดหาสิ่งละอันพันละน้อย เพื่อปกป้องสุขภาพ และเสริมสร้างบุคลิกภาพ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับท่าน จะเป็นสิ่งที่สร้างความยินดี ทั้งกับผู้ให้และผู้รับ
เรื่องเล็กน้อยเหล่านี้ อาจเป็นสิ่งที่ทำให้ฤดูหนาวปีนี้ “อบอุ่นขึ้นมากกว่าที่คิด” ก็เป็นได้
ปัจจุบัน ร้านค้าหรือ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ส่วนใหญ่ มีบริการสั่งสินค้าออนไลน์ ไว้บริการลูกค้า ท่านสามารถเลือกซื้อสินค้าที่ชื่นชอบ จากที่ใดก็ได้ ไม่ต้องหงุดหงิดกับการเดินทาง หรือหาที่จอดรถอีกต่อไปแล้ว


Leave a Reply