เหมือนจะเรื่องง่าย แต่ไม่ง่าย
ทุกคนที่มีลูกเคยสนุกตอนเริ่มสอนลูกแปรงฟันด้วยตัวเองมั้ย?
เราก็สนุก เห็นแปรงสีฟัน อันเล็กๆ มีรูปการ์ตูนน่ารักๆ ยาสีฟันเด็กหลากหลายรส น่าสนใจทั้งนั้นเลยเนอะ
เหมือนกันเลย ตอนยังไม่รู้พยาธิสภาพของลูก ซื้อมาทีละ 2-3 อันให้ลูกเลือกใช้ รู้อยู่ว่าลูกพัฒนาการช้า ก็ใช้วิธีจับมือสอน แล้วยังไม่สังเกตอีกนะว่าลูกบ้วนปากไม่ได้ น้ำเข้าปากแล้วถ้าไม่ไหลออกมาก็จะกลืนไปเลย เป็นแม่ที่ฉลาดจริงๆ 555
จนกระทั่งได้รู้จักครูแอ้ ครูแอ้บอกว่า แปรงสีฟันไฟฟ้าค่ะคุณแม่
“แปรงสีฟันไฟฟ้า” เป็นอุปกรณ์ดูแลช่องปากที่มีประสิทธิภาพสูงในการขจัดคราบพลัค ลดปัญหาเหงือกอักเสบ และช่วยให้การแปรงฟันสะอาดทั่วถึงกว่าแปรงสีฟันธรรมดา โดยหัวแปรงจะขยับทำความสะอาดอัตโนมัติด้วยระบบหมุนสั่นหรือคลื่นโซนิค เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขอนามัยในช่องปากอย่างจริงจัง รวมถึงผู้ที่มีข้อจำกัดในการขยับมือ” (ข้อมูลจาก AI)
ซึ่งพอลูกได้กระตุ้นการใช้กล้ามเนื้อ ก็จะรู้วิธีบ้วนปาก การใช้แปรงไฟฟ้าก็จะสะดวกสำหรับเค้า บอกแล้วไง ชีวิตนี้ มีหลาย “ค่า”
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ลูกก็จะไม่ค่อยเครียดเรื่องการเมื่อยมือ การดูแลตัวเองเบื้องต้นได้เองมันเป็นความภาคภูมิใจที่ยิ่งใหญ่มากนะ สำหรับคนที่มีข้อจำกัดแบบเด็กพิเศษ หรือแม้แต่ผู้สูงอายุหรือผู้พิการ

เราเองคุยกับลูกตลอดว่าลูกจะต้องเจอกับอะไร ในอนาคต ถ้าแม่ไม่อยู่แล้วลูกจะสามารถปรึกษาใครได้บ้าง เค้าก็พยายามอยู่เสมอ ที่แม่มันกังวลอยู่ตอนนี้คือเรื่อง ตัดเล็บ เหมือนไม่ยากนะ แต่คนที่สายตาแย่ กล้ามเนื้อไม่แข็งแรง มันโคตรยาก ทุกวันนี้เรายังต้องช่วยตัดให้ลูกอยู่เลย เคยลองใช้ที่ตัดแบบมีแบต (จริงๆมันเป็นตะไบ) ก็ไม่เวิร์ก อันมันเล็กลูกใช้ไม่ได้ สรุป สั่งน้องปอยหลานสาวว่า ถ้าอาไม่อยู่แล้ว พาน้องไปร้านเสริมสวยสักอาทิตย์ละครั้งนะ
บันทึกไว้ เผื่อมีประโยชน์สำหรับใครที่มีปัญหาคล้ายๆกัน ส่วนแปรงไฟฟ้านั้น พบว่ามันดีจริงๆ แต่มันก็แพงจริงๆ
ปิดท้ายด้วยการขอบคุณจากใจอีกครั้งสำหรับกำลังใจอันล้นหลามที่เพื่อนๆ พี่ๆน้องๆของแม่จิ๊กุ่งส่งมาให้ สัญญาว่าจะใช้ให้คุ้มค่าที่สุดสำหรับการดูแลลูกค่ะ

