ป้ายกำกับ: พัฒนาการ

  • บันทึกฉบับที่ 5

    บันทึกฉบับที่ 5

    แม่ผู้ไม่มีความรู้

    เรารู้ตั้งแต่ลูก 10 เดือน ว่าพัฒนาการลูกไม่เหมือนเด็กปกติ เพราะเธอยังไม่คลาน เข้าใจว่าเนื่องจากคลอดก่อนกำหนด และน่าจะเพราะมีภาวะ Birth asphyxia (ขาดออกซิเจนหลังคลอด) ก็พยายามไปพบแพทย์ตามนัด และต้องทำใจว่าลูกจะมีพัฒนาการช้า และมีภาวะ ตาขี้เกียจ (lazy eye) ร่วมด้วย หมอก็นัดทุก 2-3 เดือน ส่วนเรื่องตา ก็ให้เรามาฝึกตามตำรา แล้วบอกว่า 5 ขวบค่อยดูอีกที

    แล้วเราก็ดัน (เสือก) หอบลูกข้ามภูเขา ไปอยู่ในที่ ๆ ไม่คุ้นเคย กระตุ้นลูกตามความเข้าใจที่มีบ้างเล็กน้อย ส่วนหนึ่งน่าจะเพราะเครียดด้วย ต้องทำงานด้วยแต่เราก็พยายามดูแลลูกตามยุคสมัยอยู่นะ เช่น พาลูกไปห้างสรรพสินค้าที่มีสวนสนุก เครื่องเล่น บอลแลนด์ ประมาณนั้น

    ที่อยากเล่าตอนนี้คือมันเป็นตลกร้ายที่น่าจะมีประโยชน์บ้าง

    ตอนลูก 4-5 ขวบ เราพาลูกนั่งเครื่องเล่นที่เป็นม้าโยกหยอดเหรียญ โดยเราก็จับลูกนั่งแล้วยืนข้างๆบอกลูกว่าไม่ต้องกลัวตก (ลูกเข้าใจคุยรู้เรื่องนะ) แต่พอนั่งแล้วขา 2 ข้างเค้าก็ลอยจากพื้น นางร้องไห้จ้าเลย เปลี่ยนเป็นเครื่องอื่นที่ขาต้องลอยจากพื้น ก็ร้องอีก นางแม่ผู้โง่เขลาคิดในใจ เออ ดีว่ะ ไม่เปลืองตังค์ ยิ่งไม่มีอยู่

    เด็ก ๆ กำลังเล่นเครื่องเล่นม้าหมุน
    เครื่องเล่นม้าหมุนสำหรับเด็ก Photo by Muu-karhu

    เราเพิ่งมารู้ตอนพาลูกกลับบ้านลำปางแล้วพาไปกระตุ้นพัฒนาการแล้วครูแอ้บอกว่า อาการที่ลูกเป็นนั้นเรียกว่า ภาวะไม่มั่นคงทางแรงโน้มถ่วง (Gravitational Insecurity) เป็นภาวะความผิดปกติในการประมวลผลความรู้สึกของระบบประสาทสัมผัส (Sensory Processing Disorder) มักพบในเด็ก ทำให้รู้สึกกลัวและต่อต้านการเคลื่อนไหวหรือการปรับเปลี่ยนตำแหน่งของร่างกาย ซึ่งครูแอ้และทีมก็มีกระบวนการฝึกให้ลูกสามารถทรงตัว และปรับการเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ไอ้ที่เล่านี่ใช้เวลาเป็นปีๆเลยนะ กว่าลูกจะทำได้

    อีกเรื่องที่นางแม่รู้ดีอย่างเราประเมินลูกว่า หรือนอกจากพัฒนาการช้าแล้วลูกจะเป็น แอสเพอร์เกอร์ (Asperger’s Syndrome) หรือกลุ่มอาการแอสเพอร์เกอร์ คือความผิดปกติทางพัฒนาการในกลุ่มออทิสติกสเปกตรัม (ASD) เพราะสังเกตว่าลูกมักจะเล่นกับตัวเอง ชอบทำท่า ทำมือแปลกๆ ทีนี้ก็หาหนังสืออ่านใหญ่ มันไม่ใช่ออทิสติกแน่ เพราะคุยรู้เรื่อง อาจจะพูดช้า ติดอ่างบางครั้ง แต่สื่อสารได้กับทุกคน

    ซึ่งเราโชคดีที่ครูแอ้เป็นผู้เชี่ยวชาญแล้วประสบการณ์แน่นมาก ครูแอ้บอกว่า คุณแม่ อยากให้คุณแม่พาน้องไปตรวจตาที่รพ.มหาราช เพราะอาการน้องคล้ายสายตาเลือนรางมากกว่าจะเป็นแอสเพอร์เกอร์

    อ่ะ! เข้า ๆ ออก ๆ รพ.สวนดอกอีกรอบ หลายปีก่อนอุ้มท้องพาแม่มารักษามะเร็ง ตอนนี้พาลูกมามั่ง เขียนอยู่ตอนนี้นึกขึ้นได้ กูเก่งชิหายเลย ลูกก็ทนทายาท ไม่บ่น ไม่ซน ไปกันสองคนแม่ลูกหลายครั้งมาก ครั้งแรก ครูแอ้ไปด้วยครั้งต่อไปเราก็ไปตามหมอนัด ตามกระบวนการ

    สรุป ลูกชั้นต้องทำ CT แอดมิท ก็ไปกันสองคนแม่ลูก มีหลานสาวที่เรียนมช.หอบหนังสือไปให้อ่านตอนเฝ้าลูกแค่นั้นเอง ผลตรวจทุกอย่างพบว่าลูกมีอาการของ Agenesis of the Corpus Callosum (ACC) คือ ภาวะผิดปกติแต่กำเนิดที่สมองส่วน คอร์ปัสแคลโลซัม (Corpus Callosum) ซึ่งเป็นกลุ่มเส้นใยประสาทที่เชื่อมต่อและช่วยให้สมองซีกซ้ายและซีกขวาสื่อสารกัน ไม่มีการพัฒนาตามปกติ อาจขาดหายไปเพียงบางส่วนหรือทั้งหมด และ แถมด้วยตาซ้าย มี Optic nerve atrophy หรือ ภาวะเส้นประสาทตาฝ่อ คือ ภาวะที่เส้นประสาทตาซึ่งทำหน้าที่ส่งสัญญาณภาพจากดวงตาไปยังสมองเกิดความเสียหาย โดยเส้นใยประสาทจะเสื่อมและหดตัวลงจนส่งผลให้การมองเห็นลดลงหรือสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร มันเลยนั่งเล่นมือตัวเอง เอามือมาโบก ๆ ที่หน้าตัวเองอีแม่ก็หาว่าลูกเป็นแอสเพอร์เกอร์ เฮ้อ!

    คำตอบสุดท้ายของอาจารย์แพทย์ที่มหาราชคือ พยาธิสภาพของโรคมันจะไม่ progress แต่ก็ไม่สามารถฟื้นฟูให้กลับมาปกติได้

    ดังนั้น ลูกชายสุดที่รักของชั้นจึงเติบโตมากับ 2 ภาวะนี้ แม่ผู้รู้สึกดี ไม่ต้องเปลืองตังค์หยอดเหรียญเครื่องเล่นอย่างชั้น ก็มีหน้าที่ทำทุกอย่างที่ควรทำ ทำจนหนี้ท่วมหัว จนไม่อยากตอบเวลาใครถามว่าเป็นหนี้อะไรนักหนา หนักหนาถึงขนาดต้องไปนั่งที่บังคับคดี ไปเฝ้าไม่ให้ใครมายกป้ายซื้อบ้านเพราะถูกยึดบ้านไปขายทอดตลาด เครียดเกือบตาย รอดมาได้เพราะสหกรณ์ จนลูกจบป.ตรี สาขาการจัดการธุรกิจดิจิตอล แบบเท่ ๆ แล้วนางก็มานั่งทำช่องยูทูปและเป็นนายหน้า shopee อยู่ที่บ้านในทุกวันนี้

    ดังนั้น ใครมีลูกหลานร้องไห้แทนที่จะสนุกตอนเล่นเครื่องเล่นก็ลองสังเกตดูนะ อย่าโง่เหมือนเรา 555

    ฉบับนี้ดูดี มีวิชาการเนอะ แต่ บีฮายด์เดอะซีน ทั้งเหนื่อย ทั้งกลุ้มใจ ขับรถพาลูกไปหาหมอ ไปทำกิจกรรมบำบัด คิดเพลินนนน พรุ่งนี้เอาตังค์ที่ไหนใช้วะ ขับรถหลงทางแม่ง เป็นเรื่องปกติ

    ขอบคุณอีกครั้งสำหรับการติดตามอ่านชีวิตการเดินทางของเราสองแม่ลูกจ้า

    รูปจิ๊กุ่งวันปัจฉิมจบ ม.6 ที่แม่ไม่รู้เรื่องรู้ราวมัวไปประชุม นิเทศงานอะไรอยู่ก็ไม่รู้ครูเลยส่งรูปให้

    ป.ล.ใครอยากซื้อหรือซื้ออะไรบ่อยที่ชอปปี คอมเม้นท์บอกได้นะ เดี๋ยวให้นางทำ link ให้ ถือว่าช่วยค่าขนมจิ๊กุ่งจ้า 🙂 จริงๆก็ช่วยแม่มันแหละ 555

  • บันทึกฉบับที่ 1

    บันทึกฉบับที่ 1

    แม่พาลูกไปฝึก หรือลูกฝึกแม่กันแน่

    เราคลอดก่อนกำหนด ลูกชายน้ำหนักแรกคลอด 2100 กรัม ปัจจุบันไม่อยากบอกให้แอบเอา 55 คูณ มันเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าเลี้ยงลูกเก่งอิ๊บอ๋าย😊 เริ่มรู้ว่าลูกน่าจะต้องมีอะไรบางอย่างไม่ปกติ ตอน 10 เดือน พยายามทำหลายอย่างอยู่ แต่ดูเหมือนตัวเองน่าจะไม่ค่อยมีสติ หรือมีกรรม คงคล้ายๆกันแหละ(มั้ง) มัวยุ่งเหยิงกับอะไรไม่รู้ เกือบจะคิดสั้นจบชีวิตตัวเองพร้อมลูกไปแล้วเหมือนกัน ผ่านจุดนั้นมาได้ถือว่าเก่งมากแล้วเนอะ กว่าจะได้กระตุ้นพัฒนาการให้เป็นเรื่องเป็นราว ลูกอายุ 6 ขวบพอดี กับการใช้ชีวิตแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ตัวเองก็กำพร้าทั้งแม่และพ่อ เล่าให้ดูเศร้าไปงั้นแหละ แต่ลำบากจริงนะเออ

    การพาลูกไปให้ครูแอ้ ครูฝน ครูเด่น และ ทีมครูการศึกษาพิเศษช่วยทุกวันเสาร์อาทิตย์ เกือบ ๆ 8 ปี มันเปลี่ยนแม่ได้ด้วย ไม่ใช่แค่ลูกมีพัฒนาการ อย่างแรกเลยคือฝึกความอดทน ความอดทนของแม่นั้นนึกให้เป็นภาพคือประมาณปากกัดตีนถีบเลยทีเดียวเชียว ขับรถเก๋งมือแปด ไม่ใช่มือสองนะ มือแปด ขึ้นล่องเชียงใหม่ ลำปาง ทุกสัปดาห์ รถจะพังวันไหนก็ไม่รู้ นั่งรอลูกเรียน อะไรที่น่าจะช่วยได้ก็ไปหา (กู้) มาให้จนได้ ระหว่างทาง 8 ปีนี้นั้น มีหลายอย่างทั้งสนุก เครียด ไปสมัครสอบเรียนป.โท เรียนเทอมท้ายๆ ต้องพาลูกเข้าห้องเรียนด้วย สนุกมั้ยล่ะ ไอ้พวกนี้เดี๋ยวเล่าทีหลัง

    ที่อยากเล่าคือความรู้สึกตัวเอง ในวันแรกที่ลูกใส่ถุงเท้าเองได้! มันคือสิ่งมหัศจรรย์ที่สุดที่แม่ที่มีลูกพิเศษอย่างเราเท่านั้นที่จะเข้าใจได้ การนั่งรอลูกอายุเกือบ 9 ขวบที่มีปัญหากล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหวรวมทั้งสายตาเลือนราง ค่อยๆ พยายามใส่ถุงเท้าเองด้วยเวลาเกือบ 10 นาทีแล้วทำสำเร็จนั้นมันมีทั้งปลื้มใจ โล่งใจ ว่าอย่างน้อยในอนาคตถ้าเราเป็นอะไรไปก่อนลูกคงไม่เป็นภาระให้ใครมากนัก มันคิดได้ไกลขนาดนั้นจริงๆนะ

    นอกจากการพาลูกไปฝึกแล้วค้นพบว่า เราก็ถูกฝึกด้วย เรากลายเป็นคนใจเย็นลงมาก ถึงมากที่สุด อดทนเก่งมาก ซึ่งพอทบทวนแล้วค่อนข้างมั่นใจว่าผลของการฝึกความอดทนและใจเย็นนี่แหละ ที่ทำให้เราค่อยๆลุกขึ้นยืนได้อย่างค่อนข้างมั่นคงพอสมควร เราควรขอบคุณลูกใช่มั้ย
    ไว้เดี๋ยวมาเล่าต่อ

    เหตุที่ขยันเขียนเพราะเมื่อวานถาม AI ว่าพยาบาลเกษียณจะหารายได้เพิ่มได้อย่างไรคำแนะนำหนึ่งในนั้นบอกให้เขียนสิ่งที่ทำได้ดีก็เลยลองเขียนเรื่องความเป็นแม่ดูอันนี้จริงจังนะไม่ขำเผื่อได้ตังค์ 555